TOPA21st CENTURY LANGUAGE SCHOOL
02-260-8823-4
  เลขที่ 1 อาคารกลาสเฮ้าส์ ชั้น 9 ห้อง 901/2 ซอยสุขุมวิท 25 คลองเตยเหนือ วัฒนา กรุงเทพฯ 10110
  1 Glas Haus Bldg., 9 Fl., 901/2 Soi Sukhumvit 25, Klongtoey-Nua, Wattana, Bangkok 10110
  TOPA JAPAN

เรียนภาษาญี่ปุ่นที่โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

โรงเรียนสอนภาษา TOPA LANGUAGE SCHOOL เป็นโรงเรียนที่ขึ้นตรงกับโรงเรียน TOPA 21st CENTURY LANGUAGE SCHOOL ซึ่งตั้งอยู่ในกรุงโตเกียว เป็นโรงเรียนที่มีศักยภาพในการศึกษาอบรมภาษาญี่ปุ่นแก่นักเรียนต่างชาติ เพื่อให้มีความรู้ความสามารถทางภาษาญี่ปุ่นและสามารถก้าวไปสู่การเรียนรู้ ศิลปวิทยาการแขนงต่างๆ ในระดับสูงขึ้นต่อไปได้ทั้งในระดับอาชีวศึกษา ปริญาตรีและปริญญาโท

สถานที่ตั้งของโรงเรียน TOPA 21st CENTURY LANGUAGE SCHOOL อยู่ใกล้สถานีรถไฟโคเอนจิ ซึ่งห่างจากสถานีรถไฟชินจุกุ ประมาณ 7 นาทีโดยรถไฟฟ้า การคมนาคมสะดวกสบาย สภาพแวดล้อมดี บริเวณสถานีรถไฟโคเอนจิ มีร้านค้า ซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหารไทย และ FastFood เช่น KFC และ Mcdonal's นอกจากนั้น ยังมีธนาคารพาณิชย์ ที่ทำการไปรษณีย์

ในโรงเรียน TOPA 21st CENTURY LANGUAGE SCHOOL นอกจากการเรียนภาษาญี่ปุ่นแล้ว ทางโรงเรียนยังจัดกิจกรรมต่าง ๆ ให้นักเรียนได้เข้าร่วมด้วย อย่างเช่น
+ ทัศนศึกษาตามสถานที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้วัฒนธรรมญี่ปุ่นให้มากยิ่งขึ้น จะมีทั้งไปเช้า เย็นกลับ และพักค้างคืน
+ ทำกิจกรรมทางวัฒนธรรมร่วมกับทางอำเภอซึกินามิ
+ ทำกิจกรรมร่วมกับนักเรียนในมหาวิทยาลัย

หลักสูตรระยะยาว
หลักสูตร ระยะเวลาเรียน ภาคเรียน หมดเขตรับสมัคร ทราบผลใบสถานะภาพการพำนัก
จากกองตรวจคนเข้าเมืองโตเกียว
เพื่อศึกษาต่อสำหรับ
ผู้ที่ต้องการจะศึกษาต่อ
ในระดับปริญญาโท
ปริญญาตรี หรือ
อาชีวะศึกษา
2 ปี เมษายน ตุลาคม ปลายเดือนกุมภาพันธ์
1 ปี 9 เดือน กรกฎาคม กุมภาพันธ์ ปลายเดือนพฤษภาคม
1 ปี 6 เดือน ตุลาคม เมษายน ปลายเดือนสิงหาคม
1 ปี 3 เดือน มกราคม สิงหาคม ปลายเดือนพฤศจิกายน

*** หมายเหตุ ผู้ที่ต้องการเรียนในรอบเดือนมกราคมควรจะเรียนภาษาญี่ปุ่นพื้นฐานมาก่อน
เวลาเรียน แบ่งเป็น รอบเช้า (09:00 น. - 12:50 น.) และรอบบ่าย (13:10 น. - 17:00 น.)

รายละเอียดการสมัคร
+ ค่าลงทะเบียนเรียน 10,000 บาท

ขั้นตอนการดำเนินการ
รายละเอียดขั้นตอน ผู้ดำเนินการ
ยื่นเอกสารทั้งหมดให้กับเจ้าหน้าที่สาขาประเทศไทยตรวจสอบ ผู้สมัคร
เจ้าหน้าที่สาขาแนะนำการกรอกใบสมัคร เจ้าหน้าที่โทปะ สาขาประเทศไทย
ส่งเอกสารไปที่โรงเรียนโทปะโตเกียว เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร เจ้าหน้าที่โทปะ สาขาประเทศไทย
ยื่นเรื่องให้กองตรวจคนเข้าเมืองเพื่อขอใบรับรอง
สถานภาพการพำนัก (Certificate of Eligibility)
เจ้าหน้าที่โทปะ สาขาโตเกียว
ประมาณสิ้นเดือน กุมภาพันธ์/พฤษภาคม/สิงหาคม/พฤศจิกายน ทราบผลจากกองตรวจคนเข้าเมือง หากผ่านการพิจารณา ทางกองตรวจคนเข้าเมืองจะออกใบรับรองสถานภาพการพำนักให้ โรงเรียนโทปะโตเกียวจะส่งใบรับรองสถานภาพการพำนักและใบอนุญาตเข้าเรียนมาให้สาขาประเทศไทย เจ้าหน้าที่โทปะ สาขาโตเกียว
ติดต่อผู้สมัครเพื่อดำเนินการขอประทับตราวีซ่า
ที่สถานเอกอัครราชฑูตญี่ปุ่น ประจำประเทศไทย
เจ้าหน้าที่โทปะ สาขาประเทศไทย
ชำระค่าธรรมเนียมแรกเข้า 20,000 บาท ผู้สมัคร
ผ่านการพิจารณาวีซ่า เจ้าหน้าที่ติดต่อ เพื่อชำระเงินค่าเล่าเรียน เจ้าหน้าที่โทปะ สาขาประเทศไทย

ค่าเล่าเรียน
ค่าเล่าเรียน 1 ปี 606,000 เยน
ค่าอุปกรณ์การเรียน 40,000 เยน
อัตราภาษีที่ปรับขึ้น 35,800  เยน
รวมทั้งหมด 681,800  เยน
**ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 26 มิ.ย. 2015
(ชำระโดยการโอนเงินไปที่ญี่ปุ่น / ชำระโดยตรงที่ญี่ปุ่น)
เอกสารประกอบการสมัครเรียน (เอกสารทั้งหมดจะต้องมีอายุไม่เกิน 3 เดือน ในวันยื่นใบสมัคร )
   เอกสารของผู้สมัคร
- แบบฟอร์มการสมัคร ใบประวัติส่วนตัวและใบเหตุผลในการไปศึกษาต่อในประเทศญี่ปุ่น (ใช้แบบฟอร์มของโรงเรียน)
- รูปถ่ายสี 4 CM X 3 CM จำนวน 12 รูป ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน ห้ามใช้รูปถ่ายจากกล้องโพลารอยด์
- ใบรับรองการสำเร็จการศึกษาขั้นสุดท้าย ( ใบประกาศนียบัตร,ใบปริญญาบัตร, Transcript )
  กรณี กำลังศึกษาอยู่ขอหนังสือรับรองสถานภาพการเป็นนักเรียน, นักศึกษา เป็นภาษาอังกฤษ
  หมายเหตุ ถ้ากำลังจะจบการศึกษาสามารถขอหนังสือรับรองว่ากำลังจะจบการศึกษามาสมัครก่อนได้
- ใบรับรองการเรียนภาษาญี่ปุ่น (กรณีเคยเรียน หรือ กำลังเรียนอยู่) เป็นภาษาอังกฤษ หรือเอกสารแสดงผลการสอบวัดระดับความรู้ภาษาญี่ปุ่น
- จดหมายรับรองการทำงาน (กรณีเคยทำงานหรือทำงานอยู่) ระบุตำแหน่ง เงินเดือน ระยะเวลาการทำงาน  เป็นภาษาอังกฤษ
- ทะเบียนบ้านแบบ ทร.14/1 ให้คัดสำเนาที่อำเภอ พร้อมทะเบียนบ้านฉบับจริงนำมาแสดงด้วย
- หนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) วันที่หมดอายุต้องมีเหลือมากกว่า 6 เดือน หากมีหนังสือเดินทางเล่มเก่ากรุณานำมาแสดงด้วย
- ใบเปลี่ยนชื่อตัว - ชื่อสกุลฉบับจริง
 
   เอกสารของผู้ค้ำประกัน (กรณีเป็นคนไทยอยู่ประเทศไทย)
- ใบรับรองสถานะทางการเงินจากธนาคารเป็นภาษาอังกฤษ (ต้องเป็นบัญชีออมทรัพย์หรือบัญชีฝากประจำ) ระบุจำนวนเงินเป็นตัวเลขให้ชัดเจน ***เอกสารที่ออกให้จากทางธนาคาร
- สมุดบัญชีเงินฝากฉบับจริง + สำเนา 1 ชุด (ตั้งแต่ เล่มแรกที่เปิดบัญชีถึงเล่มปัจจุบัน) เป็นบัญชีเดียวกับ ที่ออกใบสถานะทางการเงิน
- ใบรับรองการสนับสนุนทางด้านค่าใช้จ่าย (ใช้แบบฟอร์มของโรงเรียน)
กรณีทำกิจการส่วนตัว ถ่ายสำเนาทะเบียนการค้า หรือหนังสือรับรองบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด
   กรณีเป็นข้าราชการ ขอหนังสือรับรองการทำงานจากต้นสังกัด
  กรณีทำงานบริษัท ขอจดหมายรับรองการทำงานเป็นภาษาอังกฤษ ระบุตำแหน่ง เงินเดือน ระยะเวลาการทำงาน
- ใบเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา(ย้อนหลัง 3 ปี) (ฉบับภาษาอังกฤษ)
- ทะเบียนบ้านแบบ ทร.14/1 ให้คัดสำเนาที่อำเภอหรือเขต พร้อมทะเบียนบ้านฉบับจริง นำมาแสดงด้วย
 
   เอกสารของผู้ค้ำประกัน (กรณีเป็นคนญี่ปุ่น / คนไทยที่อาศัยอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น)
- ใบรับรองการสนับสนุนทางด้านค่าใช้จ่าย (KEIHISHIBENSHO) (ใช้แบบฟอร์มของโรงเรียน)
- ใบรับรองการทำงาน (ZAISHOKU SHOMEISHO)
- สำเนาทะเบียนบ้าน (KOSEKI TOUHON)
- ใบเสียภาษี (จำนวนเงินเดือนที่ได้รับทั้งปี : NOZEI SHOMEISHO / SHOTOKU SHOMEISHO)
- คนไทยที่อาศัยอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นถ่ายสำเนาหนังสือเดินทาง(พาสปอร์ต)ทุกหน้าที่มีการบันทึก  และบัตรประจำตัวคนต่างด้าว
*** สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ (คนไทย) คุณอาร์ม ที่ญี่ปุ่นเพื่อสอบถามเพิ่มเติม โทร.03-5380-5011
 
 นักเรียนที่เข้าเรียนโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นจะได้รับสถานภาพเป็น "นักศึกษาวิทยาลัย" (College Student) ซึ่งจะได้วีซ่าระยะเวลา 1 ปี ถึง 1 ปี 3 เดือน และสามารถต่ออายุได้นานที่สุด 2 ปี สามารถเปลี่ยนสถานภาพเป็นนักศึกษาวิทยาลัยได้ เมื่อเข้าศึกษาต่อในสถาบันการศึกษาระดับสูงขึ้นไป

 

หลักสูตรระยะสั้น

หลักสูตร ระยะเวลาเรียน ภาคเรียน
สำหรับผู้ที่ต้องการเรียนภาษาญี่ปุ่นในระยะสั้น 1 - 3 เดือน เมษายน
กรกฎาคม
ตุลาคม
มกราคม
รายละเอียดการสมัคร
     - ค่าลงทะเบียนเรียน 5,000 บาท

ขั้นตอนการดำเนินการ
รายละเอียดขั้นตอน ผู้ดำเนินการ
 ยื่นเอกสารทั้งหมดให้กับเจ้าหน้าที่สาขาประเทศไทยตรวจสอบ  ผู้สมัคร
 เจ้าหน้าที่สาขาแนะนำการกรอกใบสมัคร และชำระค่าเล่าเรียน  เจ้าหน้าที่โทปะ สาขาประเทศไทย
 ส่งเอกสารไปที่โรงเรียนโทปะโตเกียวเพื่อตรวจสอบความถูกต้อง
ของเอกสารและออกเอกสารอนุญาตเข้าเรียน
 เจ้าหน้าที่โทปะ สาขาโตเกียว
 ติดต่อผู้สมัครเพื่อดำเนินการขอประทับตราวีซ่า
ที่สถานเอกอัครราชฑูตญี่ปุ่น ประจำประเทศไทย
 เจ้าหน้าที่โทปะ สาขาประเทศไทย
 ผ่านการพิจารณาวีซ่า เจ้าหน้าที่ติดต่อ เพื่อชี้แจงกำหนดการเข้าเรียน  เจ้าหน้าที่โทปะ สาขาประเทศไทย

 ค่าเล่าเรียน
 ค่าเล่าเรียน 1 เดือน  24,000 บาท
 ค่าเล่าเรียน 2 เดือน  40,000 บาท
 ค่าเล่าเรียน 3 เดือน  56,000 บาท

 เอกสารประกอบการสมัครเรียน
   เอกสารของผู้สมัคร
1. แบบฟอร์มการสมัคร ใบประวัติส่วนตัวและใบเหตุผลในการไปศึกษาต่อในประเทศญี่ปุ่น (ใช้แบบฟอร์มของโรงเรียน)
2. รูปถ่ายสี 4 cm x 3 cm 2 ใบ ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน ห้ามใช้รูปถ่ายจากกล้องโพลารอยด์
3. สำเนาหนังสือเดินทาง
4. ทะเบียนบ้าน ฉบับจริงและสำเนา 1 ชุด
5. ใบแสดงวุฒิการศึกษา(กรณีศึกษาอยู่)
6. ใบรับรองการทำงาน
 
   เอกสารประกอบการยื่นวีซ่า
1. แบบฟอร์มการสมัคร ใบประวัติส่วนตัวและใบเหตุผลในการไปศึกษาต่อในประเทศญี่ปุ่น (ใช้แบบฟอร์มของโรงเรียน)
2. รูปถ่ายสี ชัดเจน (ขนาด 2 x 2 4 ใบ ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน ห้ามใช้รูปถ่ายจากกล้องโพลารอยด์  มีพื้นหลังสีอ่อน ไม่มีลวยลายไม่มีการแต่งภาพถ่าย)
3. สำเนาหนังสือเดินทาง (ในวันยื่นขอวีซ่ามีอายุใช้งานเหลืออย่างน้อย 6 เดือนและมีหน้าว่าง ที่ไม่มีตราประทับมากกว่า 2 หน้าขึ้นไป หากมีหนังสือเดินทางเล่มเก่า กรุณานำมาแสดงด้วย)
4. ทะเบียนบ้าน ฉบับจริงและสำเนา 1 ชุด
5. ใบอนุญาตเข้าเรียนจากโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นโทปะในประเทศญี่ปุ่น
6.1 ในกรณีที่ผู้ยื่นเป็นพนักงานหรือข้าราชการให้แสดงหนังสือรับรองการทำงานจากหน่วยงาน ที่สังกัด (ให้ระบุตำแหน่ง, วันเริ่มทำงาน, อัตราเงินเดือนและระยะเวลาวันลาพักร้อน)
6.2 ในกรณีที่ประกอบธุรกิจส่วนตัว ให้แสดงหนังสือรับรองจดทะเบียนบริษัทหรือทะเบียนการค้าจากกระทรวงพาณิชย์
6.3 ในกรณีนักเรียนนักศึกษาที่มีอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไปให้แสดงหนังสือรับรองสถานภาพการเป็นนักศึกษา และหนังสือรับการทำงานหรือหนังสือรับรองจดทะเบียนบริษัทหรือ ทะเบียนการค้าของผู้อุปการะ
6.4 ในกรณีผู้อยู่ภายใต้อุปการะ เลี้ยงดู เช่น แม่บ้านที่ไม่ได้ ให้แสดงหนังสือรับรองการทำงาน หรือหนังสือรับรองจดทะเบียน บริษัทและทะเบียนการค้าของผู้อุปการะ ( เอกสารทุกอย่างจะต้องออกไม่เกิน 3 เดือน,ในกรณีที่ผู้ยื่นไม่มีอาชีพหรือประกอบ อาชีพ ที่ไม่สามารถแสดงหนังสือรับรองการทำงาน หรือหนังสือรับรองจดทะเบียนบริษัทหรือทะเบียนการค้าได้ กรุณาทำหนังสืออธิบายอาชีพและรายได้ โดยละเอียด) ฉบับจริง 1 ชุด
7. ใบเปลี่ยนชื่อตัว-สกุล,ใบสำคัญการสมรส,ใบสำคัญการหย่า ฉบับจริงและสำเนา 1 ชุด (ถ้ามี)
8. สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร(ของผู้ยื่นคำร้องหรือของผู้อุปการะ) ฉบับจริงและสำเนา (ทุกหน้า) 1 ชุด

 

การเตรียมตัวเพื่อศึกษาต่อ
 การวางแผนเพื่อศึกษาต่อ
นักศึกษาต่างชาติที่ไปศึกษาในญี่ปุ่น มีมูลเหตุจูงใจที่แตกต่างกัน อีกทั้งวิธีศึกษา ระยะเวลา สถาบัน
ก็แตกต่างกันด้วย แต่สิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึงก็คือ ความสามารถทางการศึกษาของท่าน ปัจจัยทางเศรษฐกิจ
และอาชีพการงานหรือทิศทางในอนาคตของท่าน

ปัจจัยทางเศรษฐกิจ
ในการคำนวณค่าใช้จ่ายนั้น ควรหลีกเลี่ยง การนำเงินที่จะได้จากการทำงานพิเศษหรือทุนการศึกษา
มารวมอยู่ในแผนการเงินสำหรับศึกษาต่อ

การเลือกสถานศึกษา
การเลือกสถานศึกษานั้น สามารถใช้อินเตอร์เน็ท ช่วยหาข้อมูลและยังสามารถรวบรวมข้อมูลได้จาก ตารางรายชื่อสถาบัน ระเบียบการรับสมัคร คู่มือของสถาบัน หลังจากได้รายชื่อโรงเรียน สถาบัน ระเบียบการต่างๆ แล้วควรเลือกสถาบันการศึกษา โดยคำนึงถึง วัตถุประสงค์ความสามารถของตัวเอง และแผนชีวิตในอนาคต แต่ละคนอาจจัดลำดับก่อนหลังของเงื่อนไขดังกล่าวไว้แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับ ความต้องการในการเรียน ถ้าได้พิจารณาอย่างถี่ถ้วนถึงแต่ละเงื่อนไขแล้ว ก็จะสามารถเลือกสถาบัน การศึกษาที่เหมาะสมได้โดยไม่ยาก
     (1) พิจารณาจากเนื้อหาของหลักสูตร
     (2) มีโปรแกรมภาษาญี่ปุ่นหรือไม่
     (3) มีโปรแกรมพิเศษสำหรับนักศึกษาต่างชาติหรือไม่
     (4) พิจารณาวิธีการสอบคัดเลือกเพื่อเข้าศึกษาในสถาบัน
     (5) ค่าใช้จ่ายในการศึกษา และค่าใช้จ่ายที่จำเป็นอื่นๆ
     (6) มีทุนการศึกษาหรือระบบช่วยเหลือค่าใช้จ่ายอย่างไรหรือไม่
     (7) มีการจัดหาที่พักให้หรือไม่
     (8) พิจารณาถึงความพร้อมของอุปกรณ์ เครื่องมือ สถานที่สำหรับการทำวิจัยว่าเหมาะสมพอเพียงหรือไม่
     (9) สภาพแวดล้อมของที่ตั้งของสถานศึกษาเป็นอย่างไร
 สถาบันสอนภาษาญี่ปุ่น
นักศึกษาที่มีความประสงค์ที่จะศึกษาในสถาบันการศึกษาระดับสูงในญี่ปุ่น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมี ความสามารถทางภาษาญี่ปุ่นอย่างเพียงพอ ด้วยเหตุนี้นักศึกษาต่างชาติส่วนมาก จะศึกษาภาษาญี่ปุ่นก่อน อย่างน้อย เดือน 6 ถึง 2 ปี ก่อนสอบเข้าศึกษาต่อในสถาบันการศึกษาระดับสูง

สถาบันสอนภาษาญี่ปุ่นของเอกชน ที่สมาคมส่งเสริมการศึกษาภาษาญี่ปุ่นรับรอง จะมีหลายประเภท แตกต่างกันไป ตามลักษณะของการก่อตั้ง ว่าก่อตั้งด้วยนิติบุคคลแบบโรงเรียน นิติบุคคล ตามกฎหมายแพ่ง บริษัทจำกัด กลุ่มอาสาสมัคร เอกชนอื่นๆ หรือสถาบันสอนภาษาญี่ปุ่นที่อยู่ในแผนกภาษาของวิทยาลัย อาชีวศึกษาหลักสูตรที่เปิดสอน

นอกเหนือไปจากภาษาญี่ปุ่นแล้ว ยังเปิดสอนหลักสูตรเตรียมเพื่อศึกษาต่อระดับปริญญาตรีในมหาวิทยาลัย หลักสูตรที่เรียนเป็นส่วนตัวหรือหลักสูตรระยะสั้นที่มีระยะเวลาเรียนไม่กี่สัปดาห์จนถึงไม่กี่เดือน สำหรับ หลักสูตรเตรียม เพื่อศึกษาต่อระดับปริญญาตรีในมหาวิทยาลัย จะมีระยะเวลาศึกษาตั้งแต่ครึ่งปีจนถึง 2 ปี สถาบันสอนภาษาบางแห่ง ก็เปิดสอน 2 กะ บางแห่งก็เปิดเต็มวัน บางแห่งก็มีบริการหอพักให้ด้วย สถานภาพของนักศึกษานั้น
    นักศึกษาที่ศึกษาในหลักสูตร วิชาชีพชั้นสูงของวิทยาลัยอาชีวศึกษา
      จะได้รับสถานภาพเป็น นักศึกษาวิทยาลัย
    นักศึกษาที่ศึกษาในสถาบัน สอนภาษา และสถาบันประเภทอื่นที่นอกเหนือไปจากวิทยาลัยอาชีวศึกษา
      จะได้รับสถานภาพเป็น นักศึกษาก่อนวิทยาลัย
นอกจากนี้ สถาบันสอนภาษายังจัดหลักสูตรสำหรับนักศึกษาที่ศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
ในประเทศบ้านเกิดของตนเองไม่ครบ 12 ปีด้วย

การเลือกสถาบันสอนภาษาญี่ปุ่น
ในการเลือกสถาบันสอนภาษาญี่ปุ่น สิ่งแรกที่จะต้องทำคือ ตรวจสอบว่าสถาบันนั้นได้รับการรับรองจาก สมาคมส่งเสริมการศึกษาภาษาญี่ปุ่น (Association for the Promotion of Japanese Language Education) หรือไม่ เพราะนักศึกษาจะไม่ได้รับการตรวจลงตราวีซ่าว่าเป็น "นักศึกษาวิทยาลัย" และ "นักศึกษาก่อนวิทยาลัย"

นอกจากนี้ ยังสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก การดูเอกสารแนะนำสถาบันสอนภาษาเอง หรือจากผู้ที่ กำลังศึกษาอยู่ หรือนักศึกษาที่จบการศึกษาจากสถาบันนั้น และควรจะพิจารณาเงื่อนไขต่างๆ ต่อไปนี้ด้วย

(1) เนื้อหาของหลักสูตร เป็นหลักสูตรที่มีเนื้อหาอย่างไรและเป็นหลักสูตรที่เหมาะสมกับจุดมุ่งหมายของ ตนเองหรือไม่ เช่น หลักสูตรทั่วไป, หลักสูตรภาษาญี่ปุ่นเพื่อศึกษาต่อ, หลักสูตรภาษาญี่ปุ่นธุรกิจ เป็นต้น 
ข้อควรระวัง : ผู้ที่เรียนไม่ครบ 12 ปี (ประถมถึงมัธยมปลาย) ในประเทศของตนเอง ต้องเลือกเรียนใน สถาบันสอนภาษาญี่ปุ่นที่มีหลักสูตรเตรียม เพื่อศึกษาต่อระดับปริญญาตรีในมหาวิทยาลัยของญี่ปุ่นเท่านั้น จึงจะสามารถศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยได้ 
(2) การแบ่งระดับชั้นเรียน มีการจัดสอบเพื่อแบ่งชั้นเรียนตามความรู้ทางภาษาญี่ปุ่น เพื่อที่นักศึกษา แต่ละคนจะได้เรียน บทเรียนที่เหมาะสมกับความสามารถทางภาษาญี่ปุ่นของตนเองหรือไม่
(3) สภาพแวดล้อมของการศึกษา สถานที่ตั้งของสถาบันดีหรือไม่
(4) หอพักของสถาบัน มีสถานที่พักของสถาบันหรือไม่ ในกรณีที่ไม่มีที่พักของสถาบันโดยเฉพาะ ทางสถาบันมีนโยบายช่วยเหลือการติดต่อหาอพาร์ทเมนท์หรือหอพักอื่นๆ ใช่หรือไม่ เดินทางจากที่พัก
สะดวกหรือไม่
(5) การแนะแนวด้านการศึกษาต่อและความเป็นอยู่ มีการให้คำแนะนำหรือให้คำปรึกษา เพื่อเป็นแนวทางศึกษาต่อหรือไม่ ให้คำปรึกษาในด้านปัญหาความเป็นอยู่หรือไม่
(6) ทิศทางของผู้จบการศึกษา หรือผู้ที่จะศึกษาต่อ
(7) จำนวนอาจารย์ผู้สอน ต่อจำนวนนักศึกษา เพียงพอหรือไม่
(8) ค่าเล่าเรียน เหมาะสมกับจำนวนชั่วโมงที่เรียน จำนวนผู้สอนและอุปกรณ์การเรียนการสอน
(9) วิธีการคัดเลือก พิจารณาจากเอกสารเท่านั้น หรือต้องมีการสัมภาษณ์ผู้ค้ำประกันด้วยหรือไม่
(10) ประเภทของสถานภาพของนักศึกษา ว่าเป็นแบบวิทยาลัยหรือก่อนวิทยาลัย
(11) ตารางเวลาเรียน เป็นแบบเต็มวันหรือครึ่งวัน (กรณีที่เลือกเรียนแบบเต็มวันอาจจะทำให้กระทบ
ถึงชั่วโมงการทำงานพิเศษได้
(12) การแบ่งสัดส่วนนักศึกษาแยกตามประเทศ มีการแบ่งชั้นเรียนของนักศึกษาที่มาจากประเทศที่ใช้ อักษรจีนอยู่แล้ว กับนักศึกษาที่มาจากประเทศที่ไม่ได้ใช้ตัวอักษรจีนหรือไม่
 
อนึ่ง การย้ายสถาบันการสอนภาษาจากแห่งหนึ่งไปอีกแห่งหนึ่ง หรือจากสถาบันสอนภาษาไปยัง
มหาวิทยาลัยเอกชนที่มีหลักสูตรภาษาญี่ปุ่นสำหรับนักศึกษาต่างชาติ ยังไม่เป็นที่ยอมรับตามหลักการ
Live in Japan การใช้ชีวิตในญี่ปุ่น
ที่อยู่อาศัย
ในการหาที่อยู่อาศัยในญี่ปุ่นเป็นเรื่องที่ค่อนข้างลำบากและยุ่งยาก เนื่องจาก จำเป็นที่จะต้องมีคนค้ำประกัน ชาวญี่ปุ่น จึงจะทำสัญญาเช่าห้องได้ นอกจากนี้ จะต้องเสียค่ามัดจำ ค่าให้เปล่าและค่าประกันห้อง ซึ่งรวมแล้ว จะต้องเสียค่าใช้จ่ายเป็นเงินเ ท่ากับ ค่าเช่าห้อง 4 ถึง 5 เดือนรวมกัน ค่าที่พักในตัวเมืองสำหรับห้องที่มีขนาด ประมาณ 10-12 ตารางเมตร จะอยู่ที่ประมาณ 60,000 เยน ถึง 80,000 เยนโดยประมาณ หากอยู่แถบชานเมือง จะอยู่ที่ประมาณ 40,000 เยน ถึง 60,000 เยน

โรงเรียนโทปะ โตเกียวไม่มีหอพักสำหรับนักเรียน แต่จะช่วยนักเรียนในการหาห้องพักโดยการแนะนำห้องพัก สำหรับชาวต่างชาติ ที่ไม่จำเป็นต้องมีคนค้ำประกันชาวญี่ปุ่น และไม่ต้องเสียค่าให้เปล่า ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่าย ลงไปได้พอสมควร
แนะนำห้องพัก
   http://www.guesthouse.co.jp
   http://www.sakura-house.com
   http://bgj.co.jp
การทำงานพิเศษ
กล่าวกันว่าประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีค่าครองชีพสูง นักเรียนต่างชาติในญี่ปุ่นจึงมักจะหางานพิเศษทำ เพื่อหารายได้เสริม เก็บเกี่ยวประสบการณ์การทำงานและยังได้ฝึกฝนภาษาญี่ปุ่นที่เรียนมา โดยปกติงาน ที่นักเรียนส่วนใหญ่ทำกัน คือ งานร้านอาหารไทย ค่าจ้างคิดเป็นรายชั่วโมงประมาณ 800 - 1,000 เยน สำหรับคนที่มีความรู้ภาษาญี่ปุ่นเป็นอย่างดี อาจทำงานสอนภาษาไทย งานแปล งานล่าม ซึ่งจะได้รับค่าจ้าง ที่สูงขึ้น

ก่อนที่จะทำงานพิเศษ จะต้องขออนุญาตจากทางโรงเรียนก่อน แล้วจึงยื่นคำร้องทำเรื่อง"ขออนุญาต ทำกิจกรรม นอกเหนือจาก ที่ได้รับอนุญาตตามสถานภาพ"ตามกฎหมายแล้วผู้ที่เข้ามาในประเทศญี่ปุ่น ในสถานภาพ"นักศึกษาวิทยาลัย"และ"นักศึกษาก่อนวิทยาลัย"จะไม่ได้รับอนุญาตให้ทำงานพิเศษได้ หากไม่มีใบอนุญาตนี้

สิ่งสำคัญที่ควรระวังในการทำงานพิเศษ คือ ผลกระทบต่อการเรียน เพราะหากทำงานมากเกินไปอาจจะ เหน็ดเหนื่อย ไม่มีเวลาทบทวนบทเรียน หากเข้าเรียนไม่ครบ 80 เปอร์เซ็นต์ตามที่โรงเรียนกำหนดไว้ จะมีผล ทำให้ไม่สามารถต่ออายุวีซ่าได้ นอกจากนี้ ทางโรงเรียนยังมีข้อห้ามในการทำงานพิเศษบางอย่างที่ผิด กฎหมายไว้ ดังนั้น นักเรียนควรตรวจสอบและสังเกตลักษณะงานที่ตนจะทำให้ละเอียดก่อน

หมายเหตุกรณีต่อไปนี้ เป็นงาน Part time ที่ผิดกฎหมาย มีบทลงโทษทั้งถูกจับกุม และเสียค่าปรับ หรือ ในบางกรณีอาจจะถูกเนรเทศกลับประเทศ
1. ห้ามทำงาน Part time โดยไม่มีใบอนุญาตการทำงาน จากสำนักงานกองตรวจคนเข้าเมือง
2. ห้ามทำงาน Part time เกินระยะเวลาที่กำหนดไว้ (28 ชั่วโมง/สัปดาห์)
3. ห้ามทำงานในสถานเริงรมย์ หรือ ในสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับสถานเริงรมย์ ซึ่งได้แก่
- 3.1 คาบาร์เล่ย์ คาเฟ่ ไนท์คลับ โรงเต้นรำ บาร์ ซึ่งมีสาว/ชาย บริการนั่งดริ้งค์ ร้าน Pachinko
ร้านไพ่นกกระจอก (Mahjong) ธุรกิจร้านเกมส์ ธุรกิจบริการทางเพศและโชว์ลามก สถานที่ต้องห้าม
โฮเต็ล โรงแรมม่านรูด สถานบริการสำหรับผู้ใหญ่ ร้านหนังสือ ลามก การนวดในห้องที่ปิดทึบ
- 3.2 ร้าน Snack บาร์ ผับ ซึ่งที่มีบริการนั่งดื่มกับแขก สถานบริการที่มืดสลัว ร้านเล็ก ๆ ที่ดูลึกลับ
ยากแก่การมองเห็น
* ควรหลีกเลี่ยงการทำงานล้างจานและทำความสะอาดในสถานที่ดังกล่าวด้วย *

การลงทะเบียนต่างด้าว
สำหรับชาวต่างชาติที่มีกำหนดการพำนักอยู่ในประเทศญี่ปุ่นนานเกิน 90 วัน จะต้องลงทะเบียนต่างด้าว ณ ที่ทำการเขตในท้องที่ที่ตนพำนักภายในเวลา 90 วัน นับจากวันที่เข้าประเทศ เอกสารที่ใช้ในการยื่นเรื่อง ขอลงทะเบียน คือ

- ใบคำร้องขอลงทะเบียนต่างด้าว
- หนังสือเดินทาง
- รูปถ่าย 2 ใบ

หลังจากยื่นเอกสารแล้วทางที่ทำการเขตจะแจ้งวันที่ให้ไปรับ"บัตรประจำตัวคนต่างด้าว"ชาวต่างชาติ จะต้องพกบัตรนี้ไว้เสมอ และสามารถนำออกมาแสดงได้ทุกครั้ง เมื่อถูกเรียกตรวจจากเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือ เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง เวลาจะออกเดินทางไปนอกประเทศ จะต้องคืนบัตรประจำตัวคนต่างด้าวให้กับ เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง แต่ถ้าหากได้รับอนุญาตให้กลับเข้าประเทศญี่ปุ่นได้อีกครั้งก็ไม่จำเป็นต้อง คืนบัตรเพียงแต่แสดงบัตรให้เจ้าหน้าที่ดู

การกลับประเทศชั่วคราว
ชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศญี่ปุ่นที่ต้องการเดินทางกลับประเทศตนเอง หรือเดินทางไปประเทศอื่น และเดินทางกลับเข้ามาในประเทศญี่ปุ่นในสถานภาพการอยู่อาศัยเดิมได้ ภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในวีซ่า จะต้องยื่น"คำร้องเพื่อขออนุญาตกลับเข้าประเทศอีกครั้ง (Re-entry Permission)"ที่กองตรวจคนเข้าเมือง ก่อนออกนอกประเทศญี่ปุ่น และจะต้องกลับเข้ามาโดยไม่เกินระยะเวลาที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต

* หากไม่ได้ทำเรื่องขออนุญาตกลับเข้าประเทศญี่ปุ่นอีกครั้งเอาไว้ จะไม่สามารถกลับเข้าประเทศ ญี่ปุ่นได้โดยใช้วีซ่าเดิมที่มีอยู่ จะต้องทำการยื่นเรื่องขอวีซ่าใหม่ที่สถานกงสุลญี่ปุ่นในต่างประเทศ

การขอต่อวีซ่า
หากต้องการพำนักอยู่ในประเทศญี่ปุ่นนานเกินกว่าระยะเวลาที่กำหนดไว้ ในวีซ่าตอนที่เข้ามาในประเทศ จะต้องดำเนินเรื่องการขอต่อวีซ่า โดยดำเนินเรื่องก่อนวีซ่าจะหมดประมาณ 2 เดือน ณ กองตรวจคนเข้าเมือง ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ ชาวต่างชาติผู้ที่อยู่ในญี่ปุ่นเกินระยะเวลาที่กำหนดจะถูกลงโทษตามกฎหมายและอาจถูก เนรเทศออกนอกประเทศและไม่สามารถกลับเข้าประเทศได้ตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด

ประกันสุขภาพ
ในกรณีที่เจ็บป่วย หรือประสบอุบัติเหตุ ได้รับบาดเจ็บ จะต้องไปที่สถานพยาบาลเพื่อรับการรักษาค่าใช้จ่าย ในการรักษาพยาบาลที่ญี่ปุ่นจะแพงมาก ผู้ที่ทำบัตรประจำตัวคนต่างด้าว และจะพำนักในประเทศญี่ปุ่น เป็นเวลานาน จะต้องทำประกันสุขภาพของรัฐ ซึ่งสามารถยื่นเรื่องได้ในที่ทำการเขตที่ตนอาศัยอยู่ หลังจาก ยื่นเรื่องแล้ว ทางที่ทำการเขตจะออกบัตรประกันสุขภาพให้ เบี้ยประกันสุขภาพ สำหรับนักเรียนจะตกอยู่ ประมาณ 20,000 เยนต่อปี แต่อาจจะมากกว่าหรือน้อยกว่านี้ ขึ้นอยู่กับเขตที่ตนอาศัยอยู่ ผู้มีบัตรจะต้อง พกบัตรนี้ ติดตัวทุกครั้งเวลาไปโรงพยาบาลหรือคลีนิก ผู้ที่มีบัตรประกันสุขภาพนี้ จะเสียค่าใช้จ่ายในการ รักษาพยาบาลเพียง 30% ทางรัฐจะรับผิดชอบ 70%

Information of university and college

ศึกษาต่อหลังจากเรียนจบจากโรงเรียนโทปะ โตเกียว
หลักสูตรของโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นโทปะ สำหรับนักเรียนระยะยาว จะเน้นเพื่อการศึกษาต่อในระดับสูง ขึ้นไป ไม่ว่าจะเป็นระดับอาชีวศึกษา มหาวิทยาลัย หรือบัณฑิตวิทยาลัย ผู้ที่สำเร็จการศึกษาหลักสูตร 12 ปี ในโรงเรียนจากต่างประเทศสามารถเข้าศึกษาต่อในวิทยาลัยอาชีวศึกษา หรือมหาวิทยาลัยได้ ในการสอบ เข้าวิทยาลัยอาชีวศึกษาหรือมหาวิทยาลัย นักเรียนจำเป็นจะต้องมีความรู้ทางภาษาญี่ปุ่นมาพอสมควร และ จะต้อง"สอบเพื่อศึกษาต่อในประเทศญี่ปุ่น"และ"สอบวัดระดับความสามารถทางภาษาญี่ปุ่น"ระดับ 1 หรือ ระดับ 2 ขึ้นอยู่กับที่สถานศึกษากำหนด

การสอบเพื่อศึกษาต่อในประเทศญี่ปุ่น
การสอบเพื่อศึกษาต่อในประเทศญี่ปุ่น คือ การสอบวัดระดับความรู้พื้นฐานและความสามารถทางภาษา
ญี่ปุ่นสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาต่อ การจัดสอบจะจัดขึ้นปีละ 2 ครั้ง ในเดือนมิถุนายนและเดือนพฤศจิกายน วิชาที่สอบ เลือกสอบจาก 4 วิชาต่อไปนี้ ตามที่สถานศึกษากำหนดไว้

1. ภาษาญี่ปุ่น เพื่อวัดความสามารถภาษาญี่ปุ่นที่จำเป็นในการศึกษาต่อระดับมหาวิทยาลัยในประเทศญี่ปุ่น
2. วิทยาศาสตร์ เพื่อวัดความรู้พื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ที่จำเป็น (ฟิสิกส์, เคมี, ชีววิทยา) ในการศึกษา ในคณะทางสายวิทยาศาสตร์
3. ความรู้ทั่วไป เพื่อวัดความรู้พื้นฐานด้านศิลปศาสตร์ที่จำเป็นในการศึกษาในคณะทางสายศิลป์ โดยเฉพาะ ความสามารถทางด้านตรรกะและการใช้ความคิดหาเหตุผล
4. คณิตศาสตร์ เพื่อวัดความรู้พื้นฐานด้านคณิตศาสตร์ที่จำเป็น โดยจะแบ่งเป็นวิชาคณิตศาสตร์ สำหรับ สายวิทย์ และวิชาคณิตศาสตร์สำหรับสายศิลป์
ภาษาที่ใช้ในการสอบ สามารถเลือกสอบได้ทั้งภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษ ขึ้นอยู่กับสถานศึกษาที่ตน
ต้องการได้กำหนดไว้ อนึ่ง วิชาภาษาญี่ปุ่น จัดสอบเฉพาะภาษาญี่ปุ่นเท่านั้น รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ที่
http://www.jasso.go.jp/eju/index_e.html

 มหาวิทยาลัย
ระดับปริญญาตรีของมหาวิทยาลัยในประเทศญี่ปุ่นเหมือนกับในประเทศไทย คือ มีระยะเวลาการศึกษา ของหลักสูตรโดยปกติ 4 ปียกเว้นคณะแพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ สัตวแพทยศาสตร์ ซึ่งต้องใช้ ระยะเวลา 6 ปี ส่วนระดับปริญญาโท มีระยะเวลาการศึกษาของหลักสูตรตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป ส่วนปริญญาเอก มีระยะเวลาการศึกษาของหลักสูตรตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป (รวมเวลาที่เรียนปริญญาโทด้วย)

นอกจาก นักศึกษาภาคปกติแล้ว บางมหาวิทยาลัยอาจเปิดรับนักศึกษาภาคค่ำสำหรับคนทำงาน หรืออาจมี ระบบรับนักศึกษาขอเข้าฟังการบรรยาย ซึ่งจะไม่ได้หน่วยกิต หรือนักศึกษาลงทะเบียนรายวิชา นักศึกษา ประเภทนี้จะได้รับหน่วยกิต นอกจากนี้ ในระดับบัณฑิตวิทยาลัย บางมหาวิทยาลัย อาจมีระบบรับนักศึกษา เข้าเป็นนักศึกษาวิจัยด้วย

นักเรียนที่เรียนจบจากโรงเรียนสอนภาษา สามารถสมัครสอบเข้าเป็นนักศึกษาภาคปกติ หรือนักศึกษา ลงทะเบียนรายวิชา หรือนักศึกษาวิจัยได้ สำหรับนักศึกษาลงทะเบียนรายวิชา หรือนักศึกษาวิจัยจะต้อง เข้าเรียนไม่น้อยกว่า 10 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ จึงจะสามารถยื่นขอสถานภาพการพำนักประเภทนักศึกษา วิทยาลัย (วีซ่านักศึกษาวิทยาลัย) ได้
รายชื่อมหาวิทยาลัยแยกตามสาขาวิชา

วิทยาลัยอาชีวศึกษา
วิทยาลัยอาชีวศึกษาในญี่ปุ่น เป็นสถานศึกษาระดับสูงประเภทหนึ่ง โดยเน้นหลักสูตรวิชาชีพเฉพาะ เพื่อให้ ผู้เรียนได้รับความรู้ เทคนิคและทักษะที่จำเป็นในการประกอบวิชาชีพ และดำรงชีวิต

สถานศึกษา แบ่งออกเป็นสาขาต่างๆ มากมาย ได้แก่ การแพทย์ ธุรกิจ คอมพิวเตอร์ อุตสาหกรรม ยานยนต์ คหกรรมศาสตร์ แฟชั่น เป็นต้น

ระยะเวลาเรียนปกติ กำหนดไว้ 2 ปี แต่อาจจะมากกว่านี้ขึ้นอยู่กับสาขาวิชา

ผู้ที่ต้องการจะสอบเข้าวิทยาลัยอาชีวศึกษา จะต้องเป็นผู้ที่เรียนภาษาญี่ปุ่นในสถาบันสอนภาษาญี่ปุ่นที่ได้รับ การยอมรับจากกระทรวงยุติธรรม และสมาคมส่งเสริมการศึกษาญี่ปุ่น และจะต้องมีผลการสอบวัดระดับความรู้ ภาษาญี่ปุ่น ระดับ 1 หรือ ระดับ 2 ขึ้นอยู่กับที่สถานศึกษากำหนด
รายชื่อวิทยาลัยอาชีวศึกษาแยกตามสาขาวิชา